Eng Me Up Logo
Eng Me Up 10 Years
TRUSTED BY 
10,000+ Students
10+ Leading Organizations & Universities
Eng Me Up Logo
Eng Me Up 10 Years
TRUSTED BY 
10,000+ Students
10+ Leading Organizations & Universities
Eng Me Up Logo
Eng Me Up 10 Years
TRUSTED BY 
10,000+ Students
10+ Leading Organizations & Universities

Share :

Mini Chapter 11
IELTS Reading 6.5 ต้องได้กี่ข้อ? ตั้งเป้า + กลยุทธ์ "ทิ้งข้อยาก"

( IELTS Reading 1 )
Grammar เป็น Input ที่สำคัญมากๆ ในการนำไปใส่ใน Process และ Technique การทำคะแนน IELTS ในทุกพาร์ท ดังนั้น อาจารย์นุ้ย อยากให้นักเรียนได้เข้าไปอ่าน ไปทบทวน จาก 10 บทความเปลี่ยนทัศนคติต่อภาษาอังกฤษ โดยอาจารย์โจกันก่อนนะคะ https://blog.englishmeup.com/grammar

ก่อนจะรบต้องรู้เป้าหมาย IELTS Reading มี 3 Passages 40 ข้อ ใน 1 ชั่วโมง ครูโจเผยกลยุทธ์ที่ทำให้ Band 6.5 ง่ายขึ้น: รู้ว่าต้องได้ราว 27-29 ข้อ, กล้า “ทิ้ง” ข้อยากเกินไป 10-12 ข้อ และอ่านเพื่อ “หาคำตอบ” ไม่ใช่อ่านทุกคำ

เลือกอ่านตามหัวข้อ

     เมื่อใดก็ตามที่ได้ยินชื่อ Reading แน่นอนว่าทุกคนจะต้องคิดถึงบทความยาวๆ ที่มีแต่ศัพท์ที่อ่านแล้ว…เอิ่ม แปลว่าไรเหรอ? แถมด้วยโจทย์เยอะๆที่ยิ่งเห็นก็ยิ่งสยอง แบบที่ไม่แน่ใจว่าจะทำให้เสร็จอย่างไรดี และยิ่งเป็นการอ่านของข้อสอบ IELTS อันสุดหินแล้ว แน่นอนความสยองก็ยิ่งเพิ่มเป็นสองเท่า แต่ทีนี้ค่ะ บล็อกนี้ไม่ได้เขียนขึ้นมาเพื่อข่มขู่เด็กนะคะ อย่าเพิ่งกดปิดกัน ใจเย็นๆ นะตัว รีบอ่านต่อกันก่อนๆ

โครงสร้าง IELTS Reading: 3 Passages กับ 40 ข้อที่ต้องรับมือใน 1 ชั่วโมง

     ในเมื่อข้อสอบมันชวนสยอง ก็อยากให้ลองเปิดใจเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบนี้นะคะ ซึ่งวันนี้บล็อกเราก็จะมาเปิดเผยทุกซอกทุกมุมของข้อสอบ Reading ใน IELTS รวมถึงเทคนิคการเตรียมตัวดีๆ ค่ะและเมื่ออ่านจบ อาจารย์นุ้ยก็รับประกันค่ะว่าทุกคนจะมองข้อสอบ IELTS เปลี่ยนไป จากสยองกลายเป็นสนุกแน่นอน 🙂

     มาพูดถึงลักษณะคร่าวๆ ของข้อสอบก่อนดีกว่าว่าสิ่งที่ทุกคนต้องพบเวลาเข้าห้องสอบไปปุ๊บก็คือ 3 บทความ ซึ่งในแต่ละบทความ ความยาวก็จะไล่เลี่ยกัน ทว่าสิ่งที่แตกต่างกันก็คือความยากของเนื้อหาค่ะ โดยที่บทความแรกจะง่ายที่สุด เรียงไปหาบทความที่สามซึ่งยากที่สุดค่ะ ทั้งหมดนี้จะใช้เวลาในการสอบทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง ดังนั้นอย่าลืมจัดสรรเวลาให้ดีด้วยนะคะ

เป้าหมาย 6.5: ต้องทำได้กี่ข้อ? เจาะลึกตาราง Band Score Conversion

     อยากให้ลองดูกันสักนิดสำหรับใครที่อยากได้ 6.5 เป็นต้นไป (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคะแนนในฝันของทุกคนเนาะ) ว่าข้อสอบ 40 ข้อเนี่ยควรจะทำให้ได้สัก 27 ถึง 29 ข้อค่ะ จึงหมายความว่าเรามีสิทธิ์ผิดได้ 10 กว่าข้อเท่านั้น หลายคนอาจจะเริ่ม…หูย10 กว่าข้อเองจริงดิ ไม่ไหวอ่ะ มองงี้ดีกว่านะ ว่าเรามีสิทธิ์ผิดได้ตั้ง 10 ข้อแน่ะ (คิดในแง่บวก แม้ความจริงจะโหดร้าย 555) ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว การที่จะผิดให้ได้น้อยกว่า 10 กว่าข้อนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใดค่ะ ถ้าเรามีเทคนิคที่จะช่วยให้สามารถหาคำตอบได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ว่าบางทีจะอ่านแล้วก็ไม่เข้าใจร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม

     และก่อนหน้าที่จะไปลงไปดูรูปแบบข้อสอบ มาดูคะแนนกันไว้แล้วลองตั้งเป้าดูว่าเราอยากได้สักเท่าไหร่ แนะนำให้มองตั้งแต่ 6.5 ขึ้นมานะ อย่ามองน้อยกว่านั้น 😀 อย่าลืมค่ะ ในเรื่องของข้อสอบแล้วเราควรจะเป็นคนหวังสูงเข้าไว้ปกติแล้ว ยิ่งสูงยิ่งหนาวแต่ของเรายิ่งสูงยิ่งดีค่ะ

💡 หัวใจการตั้งเป้า IELTS Reading โดยครูโจ: ก่อนจะรบต้องรู้เป้าหมาย. ใน Mini Chapter 11 ครูโจเผยกลยุทธ์ที่ทำให้ Band 6.5 เป็นจริงได้ง่ายขึ้น
  1. Understand the Requirement: สำหรับคะแนน 6.5 คุณต้องทำคะแนนให้ได้ประมาณ 27-29 ข้อ จากทั้งหมด 40 ข้อ
  2. Understand the Requirement: สำหรับคะแนน 6.5 คุณต้องทำคะแนนให้ได้ประมาณ 27-29 ข้อ จากทั้งหมด 40 ข้อ
  3. Efficiency over Speed: อย่าพยายามอ่านให้จบทุกคำ แต่จงอ่านเพื่อหา “คำตอบ”. การเข้าใจตาราง Band Score จะเปลี่ยน Mindset จากการทำข้อสอบให้ครบ เป็นการทำข้อสอบให้ “ถูก” ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: IELTS Reading 6.5 ต้องได้กี่ข้อ?

ต้องทำให้ได้ประมาณ 27-29 ข้อ จากทั้งหมด 40 ข้อ (ตัวเลขอาจแปรผันเล็กน้อยตามความยากของแต่ละชุดสอบ ควรดูตาราง Band Score รอบล่าสุดประกอบ)

มี 3 Passages รวม 40 ข้อ ทำในเวลา 1 ชั่วโมง (60 นาที) เฉลี่ยราว 1.5 นาทีต่อข้อ

ถ้าเป้าคือ 6.5 สามารถ “ทิ้ง” ข้อที่ยากเกินไปได้ราว 10-12 ข้อ แล้วโฟกัสข้อที่เหลือให้แม่นที่สุด อ่านเพื่อ “หาคำตอบ” ไม่ใช่พยายามอ่านให้จบทุกคำ

How to Use ENG ME UP Blog

Head

เนื่องจากเนื้อหา “Mini Book” เตรียมสอบ IELTS มีความต่อเนื่องกัน อาจารย์แนะนำให้ศึกษาตามลำดับ โดยเริ่มจาก Chapter 1
เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดครับ

เนื่องจากเนื้อหา “Mini Book” เตรียมสอบ IELTS มีความต่อเนื่องกัน อาจารย์แนะนำให้ศึกษาตามลำดับ โดยเริ่มจาก Chapter 1
เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดครับ