Eng Me Up Logo
Eng Me Up 10 Years
TRUSTED BY 
10,000+ Students
10+ Leading Organizations & Universities
Eng Me Up Logo
Eng Me Up 10 Years
TRUSTED BY 
10,000+ Students
10+ Leading Organizations & Universities
Eng Me Up Logo
Eng Me Up 10 Years
TRUSTED BY 
10,000+ Students
10+ Leading Organizations & Universities

Share :

Mini Chapter 16:
หยั่งรู้ทุกประเภทคำถาม เตรียมพร้อมกำหนดกลยุทธ์การอ่าน IELTS

( IELTS Reading 6 )

Grammar เป็น Input ที่สำคัญมากๆ ในการนำไปใส่ใน Process และ Technique การทำคะแนน IELTS ในทุกพาร์ท ดังนั้น อาจารย์นุ้ย อยากให้นักเรียนได้เข้าไปอ่าน ไปทบทวน จาก 10 บทความเปลี่ยนทัศนคติต่อภาษาอังกฤษ โดยอาจารย์โจกันก่อนนะคะ https://blog.englishmeup.com/grammar

     สำหรับข้อสอบ IELTS เองนะคะก็ไม่ต่างอะไรจากข้อสอบแบบอื่นๆ ที่จะถามถึงสองอย่าง คือ

1. Details
     เป็นการถามรายละเอียดนั่นเอง แต่รายละเอียดแบบ IELTS นั้น แน่นอนว่าไม่ธรรมดา เพราะว่าตัวหลอกจะเยอะมากๆ อาจจะมีวกไปวนมาวกไปวนมา จนท้ายที่สุดแล้วก็กลับเข้าคำตอบเดิมค่ะ และที่น่ากลัวก็คือบางทีเนี่ย เอาตัวหลอกไปอยู่ตรงท้าย ให้เราคิดไปว่าน่าจะเป็นคำตอบที่แท้จริง ทั้งที่จริงๆ มันก็คือตัวหลอก!

     ถ้าสำหรับข้อสอบที่ถามรายละเอียดนั้นจะมีอยู่สองชั้นด้วยกัน หนึ่งคือรายละเอียดในระดับย่อหน้า คำถามที่จะเป็นประเภทนี้คือlocating information ซึ่งจะให้มาเป็นรายละเอียดหรือตัวอย่างที่ปรากฏในparagraph แล้วจะถามว่าข้อมูลที่ปรากฏนั้นอยู่ในย่อหน้าใด สองคือรายละเอียดในระดับ passage ก็คือให้ข้อมูลมาเฉยๆ แบบ true/false/not given ส่วนจะอยู่ paragraph ไหน ถูกผิดยังไง ไปคิดเอง อุอิ (อันหลังนี่เติมเพื่อความน่ารัก ทั้งที่จริงๆ ไม่ใช่เลย 555)

2. Main Idea, Purpose
     ซึ่งส่วนใหญ่ทุกคนจะคุ้นเคยว่าถามหาใจความหลักของทั้ง passage ถูกมั้ยคะ แต่สำหรับข้อสอบ Reading ใน IELTS ใจความที่เขาถาม จะไม่ใช่แต่ใจความหลักของบทความแต่จะเป็นใจความย่อยในแต่ละ paragraph ดังนั้นเราต้องแยกให้ออกและส่วนใหญ่แล้ว หากหาแทบตายก็ยังหาไม่เจอก็ให้ทำข้อที่เป็นการถาม details ก่อนแล้วค่อยทำ main idea เนื่องจากบางทีถ้าเราทำข้อที่เป็นรายละเอียดไปมากๆ เราจะสามารถเก็บข้อมูลได้เพียงพอที่จะทราบว่าใจความหลักของย่อหน้านั้นนั้นคืออะไร และก็สามารถตอบได้นั่นเองค่ะ

ตีแผ่โครงสร้างบทความ เพื่อการตอบคำถามที่ง่ายขึ้น

     ต้องบอกเลยว่าโครงสร้างของการอ่านเนี่ยจะค่อนข้างแตกต่างจากการเขียน Essay ของ IELTS ค่ะ เพราะจากการสังเกตแล้ว พบว่าโครงสร้างการอ่านจะเป็นดังต่อไปนี้

Introduction
จะมีประโยคที่เขียนขึ้นมาเพื่อดึงดูดความสนใจผู้อ่านค่ะ อาจจะเป็นการเล่าภูมิหลังหรือแบคกราวด์ของเรื่องที่กำลังจะได้อ่าน และค่อยเข้าสู่ใจความหลักในช่วงท้ายของ paragraph
แต่บางทีค่ะ Paragraph แรกสุดของ passage ในข้อสอบ IELTS เนี่ยบางทีก็เป็นการพรรณนาหรือที่เรียกว่า Hook เพื่อเรียกความสนใจของผู้อ่านแต่เพียงอย่างเดียว และใจความจริงๆ จะมาเริ่มตั้งแต่ paragraph 2 นั่นเอง ส่วนใหญ่แล้วแบบนี้จะอยู่ใน Passage ที่ 2 กับ Passage ที่ 3 ค่ะ ระวังดีๆ ดอกจันร้อยดอกเลยจ้ะ
Body
มีรายละเอียดของเนื้อความค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว คำถามประเภทรายละเอียดทั้งหลายแหล่ก็จะอยู่ในส่วนนี้ค่ะ และเป็นส่วนที่มี Keywords ปรากฏอยู่เป็นจำนวนมากค่ะ ดังนั้นเมื่อเจอคำถามถามรายละเอียดปุ๊บให้รีบมาดูส่วนบอดี้เลยนะคะ
Conclusion

มีอยู่สองแบบค่ะ คือ 1. พูดถึงเหตุการณ์ท้ายสุดที่เกิดขึ้นตามท้องเรื่อง 2. เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทีนี้ บางทีก็จะมี keywords ซ่อนอยู่เช่นกัน และด้วยความที่คำถามเรียงตาม order ดังนั้น พอคำถามท้ายๆ ให้แว้บมาหาคำตอบแถวนี้ได้ทันทีนะคะ

💡 หัวใจการหยั่งรู้โจทย์ Reading โดยครูโจ: การทำข้อสอบ Reading ให้ได้คะแนนสูงคือการรู้ "หน้าตา" ของคำตอบก่อนที่จะอ่านจริง. ใน Mini Chapter 16 ครูโจวางกลยุทธ์ผ่าน 2 แกนหลัก

  1. Categorize the Questions: ต้องแยกโจทย์ให้ออกว่าเป็นกลุ่ม Details (หาเฉพาะจุด เช่น T/F/NG) หรือกลุ่ม Main Idea (หาภาพรวม) เพราะวิธีมองหา Keywords จะต่างกันสิ้นเชิง
  2. Passage Mapping: บทความ IELTS มีโครงสร้างที่ตายตัวเสมอ
    • Introduction: บอกทิศทางและจุดประสงค์
    • Body: คือคลังข้อมูลและ Keywords มหาศาลสำหรับการตอบคำถามแบบเจาะลึก
    • Conclusion: มักสรุปผลลัพธ์หรือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต. การอ่านโจทย์เพื่อกำหนดกลยุทธ์ก่อนเริ่มอ่านบทความ จะช่วยให้คุณไม่ "หลงทาง" ในเนื้อหาที่ยาวเหยียดและทำคะแนน 6.5+ ได้ทันเวลาครับ

How to Use ENG ME UP Blog

Head

เนื่องจากเนื้อหา “Mini Book” เตรียมสอบ IELTS มีความต่อเนื่องกัน อาจารย์แนะนำให้ศึกษาตามลำดับ โดยเริ่มจาก Chapter 1
เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดครับ

เนื่องจากเนื้อหา “Mini Book” เตรียมสอบ IELTS มีความต่อเนื่องกัน อาจารย์แนะนำให้ศึกษาตามลำดับ โดยเริ่มจาก Chapter 1
เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดครับ