Eng Me Up Logo
Eng Me Up 10 Years
TRUSTED BY 
10,000+ Students
10+ Leading Organizations & Universities
Eng Me Up Logo
Eng Me Up 10 Years
TRUSTED BY 
10,000+ Students
10+ Leading Organizations & Universities
Eng Me Up Logo
Eng Me Up 10 Years
TRUSTED BY 
10,000+ Students
10+ Leading Organizations & Universities

Share :

Mini Chapter 20
ปัจจัยพิชิต IELTS Listening 6.5+: ดักอารมณ์ผู้พูด + เดา Part of Speech

( IELTS Listening 2 )

Grammar เป็น Input ที่สำคัญมากๆ ในการนำไปใส่ใน Process และ Technique การทำคะแนน IELTS ในทุกพาร์ท ดังนั้น อาจารย์นุ้ย อยากให้นักเรียนได้เข้าไปอ่าน ไปทบทวน จาก 10 บทความเปลี่ยนทัศนคติต่อภาษาอังกฤษ โดยอาจารย์โจกันก่อนนะคะ https://blog.englishmeup.com/grammar

การสอบฟังไม่ใช่แค่ฟังออก แต่ต้องฟังอย่าง “มีกลยุทธ์” ครูโจชี้ 3 ปัจจัยชี้ตาย: รู้เป้า (26-29 ข้อ) · Emotional Intelligence (ดักจับ Verbal Expressions) · และ Grammar Prediction (เดา Part of Speech ในช่องว่าง)

เลือกอ่านตามหัวข้อ

เป้าหมายที่จับต้องได้: กางตาราง Band Score และจำนวนข้อที่ต้องได้สำหรับ 6.5+

เทียบคะแนนการฟัง

     สำหรับเรื่องของคะแนนในส่วนการฟังนี้ลักษณะการวัดคะแนนจะคล้ายกับ Reading part เนื่องจากจะมีคำถามทั้งหมด 40 ข้อ และนำคะแนนดิบที่เราทำได้จาก 40 ข้อนั้นมาตีเป็น Band ค่ะ มาดูกันเถอะ ตั้งเป้าไว้สูงๆ นะ

Band score Raw score out of 40

     ในที่นี้ เชื่อว่าทุกคนย่อมหวัง 7 ไว้เป็นขั้นต่ำใช่ไหมคะ (เราควรหวังสูงไว้ก่อนไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ฮา) ซึ่งในส่วนของการฟังไม่ยากไปกว่า Reading part ค่ะ ดังนั้น ทุกคนสามารถผิดได้ 10 ข้อ ซึ่งไม่ใช่จำนวนที่น้อยเกินไป หากเรามีเทคนิคที่จะช่วยทำให้เดาได้อย่างมีทิศทางมากขึ้น

เตรียมตัวให้พร้อมย่อมมีชัยในห้องสอบจริง

     อย่างที่โอดครวญไปเมื่อช่วงต้นว่าพาร์ตการฟังต้องอาศัยการฝึกที่ยากกว่าพาร์ตอื่น เนื่องจากเป็นเรื่องของทักษะที่อาศัยเวลาในการฝึกมากๆ แถมคนที่จะฟังได้ดีก็คือเป็นคนที่ได้ใช้ภาษาอังกฤษทุกวัน แต่อยากบอกว่าจริงๆแล้วเนี่ยการฟังมันฝึกฝนในเวลาที่จำกัดได้เหมือนกันนะคะ ขอเพียงแค่เริ่มตั้งแต่วันนี้เท่านั้น มาดูกันค่ะว่าต้องเริ่มจากอะไรบ้าง

Verbal Expressions: การดักจับอารมณ์และความคิดเห็นของผู้พูด (Agreement vs. Disagreement)

     อันดับแรกเลย เรื่องของบทสนทนาที่เวลาเราพูดกันในชีวิตจริงเนี่ย มันจะต่างจากเรื่องราวที่เราเห็นและเรื่องราวที่เราจากบทความในหนังสือเรียนถูกมั้ยคะ เพราะบางที การพูดของคนเราจะมี การแสดงความคิดเห็น และ การแสดงความรู้สึก ออกมา (Verbal Expressions) ดังนั้นควรดูคำที่ใช้บอกความรู้สึก รวมถึงดีกรีในการเห็นด้วยไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาพูดมา ยกตัวอย่าง Verbal Expressions นะคะ

I totally agree เห็นด้วยอย่างยิ่ง
I think that’s hard to believe เหลือเชื่อจริงๆ เซนส์จะออกไปในทางลบนิดนึงค่ะ
I am not so sure about that. ฉันไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรนะ
I think you are absolutely right คุณนี่พูดถูกหมดเลย

     ซึ่งคำที่ใช้แสดงความรู้สึกเหล่านี้บางครั้งจะอยู่ในข้อสอบแล้วถามว่าผู้พูดคนแรกรู้สึกอย่างไร ผู้พูดคนที่ 2 รู้สึกอย่างไร บางครั้งก็จะเป็นชื่อคนแล้วถามว่าคนนี้คิดเห็นอย่างไร มาเป็นการจับคู่เลยก็มีค่ะ ดังนั้นถ้าเรารู้คำพูดที่ใช้แสดงความคิดเห็นเหล่านี้จะทำให้เราทำข้อสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือต้องรู้และแยกให้ได้ว่ารู้สึกเป็นบวกหรือลบนะคะ

     ในส่วนนี้อาจารย์นุ้ย ขอยืมคลิปของอาจารย์โจมาอธิบายเพิ่มเติมนะคะ เนื่องจาก ใน CU-TEP ก็มีการสอบลักษณะนี้ ในส่วน Listening Part เช่นกันค่ะ

Grammar ก็สำคัญเช่นกัน ซึ่งไม่ว่าการสอบพาร์ตใดก็ก็ใช้ไวยากรณ์ทั้งนั้น ในเมื่อภาษาอังกฤษมีไวยากรณ์เป็นหัวใจหลัก

     แต่ทั้งนี้ อยากจะบอกว่าไวยากรณ์ใน Listening ไม่ได้สำคัญหรือเข้มข้นเท่ากับส่วนอื่นๆของการสอบ ซึ่งสิ่งที่เราต้องโฟกัสในเรื่องของไวยากรณ์สำหรับ Listening Part มีดังต่อไปนี้ค่ะ

Part of speech
สำหรับข้อสอบการฟัง การที่เรารู้หน้าที่ของคำจะช่วยทำให้เราเดาคำตอบได้ง่ายขึ้นหากเราสามารถจำแนกได้ว่าช่องว่างต้องการคำตอบอะไร เวลาที่เราฟัง เราจะได้โฟกัสกับประเภทของคำตอบมากขึ้นนั่นเองค่ะ

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเห็นแล้วว่าช่องว่างเขาต้องการคำนามเป็นคำตอบ ดังนั้นเวลาที่เราได้ยินคำอะไรก็ตามที่เป็นกริยา เราก็จะไม่นำมาใส่แน่นอน

เช่น
In the middle of __________
เจอแบบนี้ เห็น preposition รู้ได้ทันทีว่าเขาต้องการ N ค่ะ

Part of Speech Mastery: เทคนิคการเดาประเภทคำตอบ (Noun/Verb) จากโครงสร้างประโยค

     และอีกอย่างหนึ่งที่แม้จะเป็นเรื่องย่อยๆ แต่ก็สำคัญเหมือนกันใน part of speech ก็คือเรื่องของคำนาม รวมถึงกริยา มาพูดกันทีละเรื่องนะคะ

1. คำนาม
     แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ Countable Noun และ Uncountable Noun ซึ่งทีนี้ก็ต้องดูด้วยว่าตำแหน่งที่ว่างไปต้องการคำตอบเป็นคำประเภทไหน หากเป็นคำนาม เป็นตำแหน่งของ N ที่เป็นพหูพจน์หรือเปล่า ถ้าเป็นพหูพจน์ก็อย่าลืมเติม s ด้วยนะคะ ซึ่งถ้ามันเป็นตำแหน่งของเราที่เป็นพหูพจน์ บางครั้งข้างหน้าช่องว่าง จะไม่มี article สองตัวอย่าง a หรือ an เพื่อบอกว่ามีจำนวนเดียว และอาจมีคำดังต่อไปนี้ปรากฏอยู่

  • Many
  • several
  • few

ซึ่งต้องการ N. ที่เป็นพหูพจน์ตามนั่นเองค่ะ เห็นมั้ยว่าไม่ยากเลย

2. คำกริยา
     ในส่วนของคำกริยาเช่นกันต้องดูด้วยว่าตำแหน่งที่หายไปนั้นต้องการคำกริยาที่ผันรูปตามอะไร หรือไม่บางที อาจจะต้องใส่-ing หรือ -ed ค่ะ ระวังเรื่องของตัวสะกดให้ดีน้า

     นอกจากนั้น ก็จะมีอีกหลายหัวข้อของ Grammar ที่น่าสนใจที่จะมาเป็นตัวหลอก หรือวัดความเข้าใจระดับเจตนาของผู้สื่อสารค่ะ อาจารย์นุ้ยขอยืมคลิปอาจารย์โจมาใช้อีกเช่นเคยค่ะ

💡 หัวใจการพิชิต IELTS Listening โดยครูโจ: การสอบฟังไม่ใช่แค่ฟังออก แต่ต้องฟังอย่าง “มีกลยุทธ์”. ใน Mini Chapter 20 ครูโจชี้เป้า 3 ปัจจัยชี้ตาย
  1. Know Your Target: สำหรับ Band 6.5 คุณต้องการความแม่นยำที่ 26-29 ข้อ จากทั้งหมด 40 ข้อ. การรู้จำนวนข้อที่ต้องได้จะช่วยลดความลนลานเมื่อพลาดบางข้อไปครับ
  2. Emotional Intelligence: ฝึกดักฟัง Verbal Expressions หรือกลุ่มคำบอกอารมณ์ความรู้สึก. เช่น หากผู้พูดใช้คำว่า “I think that’s hard to believe” แสดงว่าเขากำลังคัดแย้ง ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนใจความสำคัญในประโยคถัดไปทันที
  3. Grammar Prediction: ใช้ทักษะ Part of Speech มาดักหน้าดักหลังช่องว่าง. เช่น หากเห็น Preposition อย่าง “In the middle of…” ให้เดาได้ทันทีว่าคำตอบต้องเป็น Noun (คำนาม) และต้องเช็กด้วยว่าเป็นนามนับได้ (Countable) หรือนามนับไม่ได้ (Uncountable) เพื่อความแม่นยำทางไวยากรณ์ครับ. การผสานความแม่นยำของหูเข้ากับการคาดเดาเชิงโครงสร้าง จะช่วยให้คุณทำคะแนนทะลุเป้าหมาย 6.5+ ได้อย่างมั่นคงครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ปัจจัยพิชิต IELTS Listening 6.5 คืออะไร?

3 ปัจจัย: (1) รู้เป้า – Band 6.5 ต้องได้ราว 26-29 ข้อ (2) Emotional Intelligence – ดักจับ Verbal Expressions บอกอารมณ์ผู้พูด (3) Grammar Prediction – เดา Part of Speech ในช่องว่าง

เช่นได้ยิน “I think that’s hard to believe” แสดงว่าผู้พูดกำลังคัดค้าน ซึ่งมักนำไปสู่การเปลี่ยนใจความสำคัญในประโยคถัดไปทันที

ใช้ Part of Speech ดักหน้า-ดักหลังช่องว่าง เช่น เห็น Preposition อย่าง “In the middle of…” ให้เดาว่าคำตอบต้องเป็น Noun และเช็กว่าเป็นนามนับได้ (Countable) หรือนับไม่ได้ (Uncountable)

How to Use ENG ME UP Blog

Head

เนื่องจากเนื้อหา “Mini Book” เตรียมสอบ IELTS มีความต่อเนื่องกัน อาจารย์แนะนำให้ศึกษาตามลำดับ โดยเริ่มจาก Chapter 1
เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดครับ

เนื่องจากเนื้อหา “Mini Book” เตรียมสอบ IELTS มีความต่อเนื่องกัน อาจารย์แนะนำให้ศึกษาตามลำดับ โดยเริ่มจาก Chapter 1
เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดครับ