Chapter 23
TOEIC Reading Comprehension (Part 7): ข้อสอบการอ่านที่ "ง่ายที่สุด" ถ้ารู้ความลับนี้
ไม่มีข้อสอบ Reading Comprehension ไหนง่ายเท่า TOEIC เพราะวัดความเข้าใจการสื่อสารในที่ทำงาน (Workplace English) เอกสารเป็นแบบที่เจอในชีวิตทำงานจริง ศัพท์กลุ่ม Business แคบและเก็งได้ ต่างจากข้อสอบ Academic — ความยากจริงอยู่ที่ “เวลา” ทางแก้คือทำ 46 ข้อแรกใน 20 นาที เหลือ 55 นาทีให้ Part 7
เลือกอ่านตามหัวข้อ
บอกเลย ไม่มีข้อสอบ Reading Comprehensionไหน ง่ายเท่า TOEIC อีกแล้ว มันง่ายจริงๆ ไม่ได้พูดเว่อร์นะ … ทำไมอาจารย์โจกล้าพูดขนาดนี้ หาคำตอบได้ในบทความนี้เลยครับ
ทำไม TOEIC Reading Comprehension ง่ายที่สุด (Workplace English + ศัพท์ Business ที่เก็งได้)
ไม่ได้เป็นการกล่าวเกินจริงแต่อย่างใด เมื่อ TOEIC มีจุดประสงค์หลักเพื่อวัดความเข้าใจในการสือสารทั่วไปในการทำงานเท่านั้น
ประเภทเอกสารที่ออกสอบ: Letter/Email, Announcement, Memo, Time Table, Agenda, Invoice, Advertising, Recruitment, Short Report, Chat
สิ่งที่คุณจะต้องอ่านจึงมีรูปแบบที่เจอกันในชีวิตประจำวันการทำงานทั่วไป อาทิ Letter/ Email, Announcement, Memo, Time Table, Agenda, Invoice, Advertising, Recruitment หรือ Short Report ตลอดจนข้อความ Chat ใน Social Media ต่างๆ และกลุ่มของคำศัพท์ที่เป็นกลุ่มคำศัพท์การสื่อสารทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับแวดวง Business ทั้งหลาย [สามารถศึกษาเพิ่มเติมจากบทความ ศัพท์ TOEIC เป๊ะ แจกชุดคำศัพท์ตามหมวดหมู่ บน WORD ME UP Software] ซึ่งนอกจากกลุ่มคำศัพท์ที่แคบกว่าและเก็งได้อย่างชัดเจนแล้ว ความลึกหรือความเว่อเวินของคำศัพท์ในกลุ่มเดียวกันก็มีไม่เท่าข้อสอบอื่นๆ อีกด้วย
เทียบกับข้อสอบ Academic (TOEFL/IELTS/CU-TEP) — ศัพท์หลากหลายและลึกกว่ามาก
ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบส่วน Reading ข้อสอบที่จัดอยู่ในประเภท Academic อาทิ TOEFL, IELTS, CU-TEP หรือ TU-GET เหงื่อตกกลีบกว่าเยอะครับ เพราะเรื่องที่คุณอ่านอาจเป็น Science, Medical Issue, History, Humanity, Religion, Business Related Issue ดังนั้น นอกจากคำศัพท์ที่หลากหลายกว่า ความเว่อของคำศํพท์กลุ่มเดียวกันที่มากกว่า ความเข้าใจเนื้อหาหากคุณจบด้านเศรษฐศาสตร์แต่ต้องอ่าน Passage ที่เป็น Medical Issue คงเทียบไม่ได้กับคนที่อยู่ในสายนั้นๆ โดยตรง ทั้งในเรื่องของการคุ้นเคยคำศัพท์เฉพาะ การคาดเดาเนื้อหา ซึ่งก็ต้องเตรียมตัวหนักขึ้นด้วยการฝึก Passage ในแต่ละประเภทเพิ่มมากขึ้น และการอ่านแบบเข้าใจโครงสร้างก็จะเป็นอีกส่วนที่สนับสนุนให้เราผ่านพ้นความโหดร้ายตรงนี้ไปได้
ความยากอยู่ที่ "เวลา" — ทำ 46 ข้อแรก 20 นาที เหลือ 55 นาทีให้ Part 7 (Single 29 + Multiple 25)
เอาล่ะ ที่พูดมาทั้งหมด เพื่อจะ encourage ว่า เห้ย! เราทำได้ การอ่านของ TOEIC ท่องศัพท์ก็น้อย Pattern ก็น้อย มันไม่ได้ยากเลย … ความยากอยู่ที่เวลา เวลาที่บีบเหลือเกิน เหลืออีกเป็น 10 ข้อ ก็จะหมดเวลาทู้กที นั่นไม่ใช่ข้อแก้ตัว เพราะบ่นไป ยังไงคุณก็ต้องยอมรับตามเวลาที่เขากำหนดให้มาอยู่ดี
ทางแก้ชัดเจน หากอ่านบทความก่อนหน้า [20 บทความ ส่วน Reading Structure] วิธีคิดที่เป็นขั้นตอนตามความสำคัญในส่วน 46 ข้อแรกของข้อสอบ TOEIC (Part 5: Incomplete Sentences และ Part 6: Text Completion) ถูกค่อยๆใส่ ค่อยๆ อธิบาย เพื่อประกอบจิ๊กซอว์ทีละส่วนตามลำดับ โดยมีเป้าหมาย สามารถทำ 46 ข้อนั้น ซึ่งเป็นข้อสอบ Grammar Structure + Vocabulary ในเวลารวม 20 นาที ซึ่งแม้เฉลี่ยดูเหมือนจะเป็น 30 วินาทีต่อข้อ และทุกคนร้องหู้ว! จะไปทำทันได้ไง
แต่ด้วยการ Focus ซึ่งหลายๆ ข้อ ไม่ถึง 10 วินาที คุณก็ได้คำตอบออกมาแล้ว เหลือเวลาไปทำในข้อที่ยากขึ้น ด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนและเราก็ผ่านมันด้วยกันมาได้แล้ว นี่คือสิ่งที่ผมหวังไว้ เป็นเส้นชัยครึ่งแรกก่อนที่จะเริ่ม 54 ข้อที่เหลือของ Reading ครับ ซึ่งคุณต้องเจอกับการอ่านแบบ Single Passage 29 ข้อ และ Multiple Passage อีก 5 ชุด ชุดละ 5 ข้อ เป็น 25 ข้อ โดยจะมีเวลาอีก 55 นาทีในการโกยคะแนน เฉลี่ยข้อละ 1 นาทีเลยนะ ทำบุญมาดีจาก 46 ข้อแรกก็แบบนี้แหละค้าบบบ
💡 ทำไม TOEIC Reading Part 7 ถึงง่ายกว่าข้อสอบ Academic?
- บริบทใช้งานจริง: ไม่มีการใช้ศัพท์เฉพาะทาง (Technical Jargon) จากสายวิทย์, การแพทย์ หรือประวัติศาสตร์เหมือน IELTS/TOEFL/CU-TEP แต่เน้นภาษาในที่ทำงาน (Workplace English) ครับ
- ประเภทเอกสารที่ออกสอบ: ครอบคลุมตั้งแต่ Email, Announcement, Memo, Agenda ไปจนถึงบทสนทนาใน Social Media/Chat
- กลยุทธ์เวลาทอง: กุญแจสำคัญคือการทำ 46 ข้อแรก (Part 5-6) ให้เสร็จภายใน 20 นาที เพื่อเหลือเวลา 55 นาทีเต็มให้ Part 7 ทั้ง 54 ข้อ ครับ
- โครงสร้างพาร์ท 7: แบ่งเป็น Single Passage (29 ข้อ) และ Multiple Passages (25 ข้อ) ซึ่งถ้ามีเวลาเพียงพอ คะแนนจะเพิ่มขึ้นได้ง่ายที่สุดครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ทำไม TOEIC Reading Part 7 ถึงง่ายกว่าข้อสอบ Academic?
เพราะเป็น Workplace English (Email, Memo, Announcement, Invoice, Chat ฯลฯ) ไม่มีศัพท์เฉพาะทางสายวิทย์/การแพทย์/ประวัติศาสตร์แบบ IELTS/TOEFL/CU-TEP ศัพท์กลุ่ม Business จึงแคบและเก็งได้ ความลึกของศัพท์ก็น้อยกว่า
Q: ทำ TOEIC Part 7 ไม่ทัน แก้ยังไง?
ความยากของ Part 7 คือ “เวลา” ไม่ใช่เนื้อหา ทางแก้คือทำ 46 ข้อแรก (Part 5-6) ให้เสร็จใน 20 นาที เพื่อเหลือ 55 นาทีเต็มให้ Part 7 ทั้ง 54 ข้อ (Single Passage 29 + Multiple Passages 25) เฉลี่ยข้อละ 1 นาที