Reading Part
คำศัพท์เยอะ อ่านได้ เข้าใจเรื่อง … ยังไม่พอ
ทำยังไงให้ทัน และไม่โดนหลอกให้อ่านฟรี?
Mini Chapter 10:
Reading Part แม่เจ้า! แปล... เข้าใจ... ยังไม่พอ
Reading Part แค่อ่าน แปล เข้าใจเรื่อง ยังไม่พอ
Structure ที่ต้องแม่นจาก Writing Part คือหัวใจต่อยอดความสำเร็จ
โครงสร้างคะแนน CU-TEP Reading: 60 ข้อ 70 นาที (สัดส่วนคะแนน 50%)
Reading ทำยังไงก็ไม่เคยจะทัน คิดว่าทำได้แต่คะแนนก็น้อยกว่าที่คิด ทั้งๆ ที่ท่องศัพท์มาอย่างดี ฝึกมาก็มาก นี่คือปัญหาที่หลายๆ คน คงกำลังจะเอ่ยปาก โดยเฉพาะคนที่เคยสอบมาแล้ว
องค์ประกอบของพาร์ทการอ่าน: 4 Long Passages, 1 Short Passage และ 1 Cloze Test
- 4 Long Passages (10 questions each)
- 1 Short Passage (5 questions)
- 1 Cloze Test (15 questions)
ทั้ง 60 ข้อนี้ คุณมีเวลาเพียง 70 นาทีนะครับ
โอ้ววว! แม่เจ้า ใครจะทำทัน
…. ดังนั้น เรื่องความเร็วหรือการบริหารเวลาจึงสำคัญมากๆ คือต้องมีกลยุทธ์ในการจัดการกับข้อสอบอย่างชัดเจน
- เลือก Passage การอ่านตามลำดับอย่างไร
- ควร Scan Choice ก่อนเริ่มอ่านหรือไม่
- เลือกวิธีการอ่านแบบไหนให้เร็ว
- ตัดข้อที่เสียเวลาเพื่อรักษาส่วนใหญ่ไว้จำเป็นอย่างไร
อย่าลืมนะครับว่า ทุกข้อ 1 คะแนนเท่ากันหมด แถมผิดก็ไม่หักคะแนนนะ ดังนั้นบางข้อก็ช่างมันบ้างเถอะครับ (ไม่ได้หวังเต็มกันใช่ไหมล่ะ) ทำส่วนใหญ่ให้ได้ แล้วไปเดาอย่างมีหลักการกันใน chapter ท้ายๆ
และความทุ่มเทของเราย่อมไม่เสียเปล่า …
ทำไมโครงสร้าง (Structure) จากพาร์ท Writing ถึงเป็นหัวใจสำคัญของ Reading
ตามที่ผมได้เกริ่นไว้ตั้งแต่เริ่มต้น Mini-Book เตรียมสอบ CU-TEP แล้วว่า เราต้องเตรียมตัวเป็นลำดับ และ Writing Part เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดที่เราต้องชำนาญการ ชำนาญที่จะเข้าใจโครงสร้างประโยค ชำแหละประโยค ซึ่งนอกจากจะพัฒนาคะแนนในส่วนของ Error Detection 30 ข้อแล้ว เรายังนำทักษะการวิเคราะห์โครงสร้างเหล่านั้นมาใช้ต่อยอดในทุก Skill การสอบหลังจากนี้ ไม่ว่าจะเป็น Reading Listening หรือแม้แต่ Speaking
ซึ่งแน่นอนครับว่า ในแต่ละ Part ของการสอบ นอกจากกลยุทธ์ที่ต้องประยุกต์โจทย์ได้ทุกรูปแบบ เราจำเป็นต้องมี Input ที่พอเหมาะ และมากพอ เพื่อจะนำไปใส่ใน Process หรือกระบวนการคิดพิชิตโจทย์เหล่านั้น ซึ่ง Input ของ Writing Part คือ Grammar ที่จำเป็น ที่ต้องคิดได้อย่างเชื่อมโยง ไม่ใช่จำแบบที่เราเคยเรียนมาตั้งแต่เด็กๆ (และเราได้ทบทวนกันไปแล้วครับ)
ส่วน Input ของ Reading Part ที่สำคัญที่สุด ก็คือ ทักษะการวิเคราะห์ประโยค ที่เราสุดแสนจะแม่น จากการฝึกโจทย์แยก Level มานับพันข้อใน CU-TEP Writing Part ด้วยกันแล้วนั่นเอง ซึ่งระหว่างเรียนอาจารย์โจก็จะจ้ำจี้จ้ำไชให้ค้นหาจุดอ่อน ยอมรับ และแก้ไขมันให้ถูกต้อง อย่าโกง อย่ารีบข้ามไปสู่ Session ต่อๆ ไป ถ้ายังไม่แกร่งพอ เพราะเวลาจุดอ่อนมันติดพัน แล้วไปเจอโจทย์ความยากสูงสุด มันจะท้อมากๆ ดังนั้น ค่อยๆ พัฒนาไปทีละ Step เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนดีกว่าครับ แล้วคะแนนจะขึ้นอย่างมั่นคงมากๆ เลยล่ะ
Structural Reading: เทคนิคการอ่านเชิงโครงสร้างเพื่อความรวดเร็วและแม่นยำ
เอาล่ะครับ … สรุปว่า อาจารย์โจการันตีครับว่า ถ้าเราแยกโครงกสร้างประโยคได้เก่ง เราจะพัฒนาคะแนนในส่วน Reading ได้อย่างรวดเร็วมากๆ เป็นเงาตามตัวครับ เรียกได้ว่า เรามีปัจจัยความสำเร็จในตัวเกิน 50% ไปแล้ว ที่เหลือก็แค่เพิ่มเติมคำศัพท์ที่เหมาะสม บวกกลยุทธ์การอ่านใน Passage แต่ละรูปแบบ เข้าใจการวางคำถามและสร้าง Choice หลอก ตลอดจนถึงการคุ้นชินกับประเภท Passage ที่ออกบ่อยๆ และก็ฝึกๆๆๆ จนเกิด speed ที่เหมาะสมในการทำข้อสอบ Reading Part
สูตรสำเร็จพิชิต Reading: Structure 50% + Vocab 30% + Luck 20%
สรุป Input หรือ Skill ที่สำคัญในการพิชิต CU-TEP Reading Part
- 1. Structure 50%
- 2. Vocab 30%
- 3. Luck* 20%
*Luck หรือดวง ในที่นี้ อาจารย์โจไม่ได้หมายถึงการไปบนบานให้เดาถูกแบบนั้นนะครับ แต่หมายความว่า ในการสอบครั้งนั้นๆ เราเผอิญเจอกับเนื้อเรื่องที่เราถนัดขนาดไหน และ Pattern ของ Passage และการวาง Choice ในครั้งนั้นโหดมากน้อยหรือทำให้เราเสียเวลาขนาดไหน
ซึ่งเรากำลังจะมาขยายความในแต่ละปัจจัยต่อไป …
💡 หัวใจของ CU-TEP Reading โดยครูโจ: พาร์ทการอ่านคือส่วนที่สำคัญที่สุดใน CU-TEP เพราะมีคะแนนถึง 60 จาก 120 คะแนน (50%). ปัญหาใหญ่ที่สุดไม่ใช่การแปลไม่ออก แต่คือการ "ทำไม่ทัน" และ "โดนโจทย์หลอก". ใน Mini Chapter 10 ครูโจจึงเน้นย้ำว่าการมีเพียงทักษะการแปลยังไม่พอ แต่ต้องใช้ Structural Reading ที่ต่อยอดมาจากพาร์ท Writing (Error Detection) มาเป็นเข็มทิศในการอ่าน. สูตรสำเร็จประกอบด้วยการแม่นโครงสร้างประโยค 50% และคำศัพท์ 30% ซึ่งจะช่วยเพิ่ม Speed ในการทำข้อสอบ 60 ข้อ ภายในเวลาเพียง 70 นาทีได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ.