Article 5: เจาะลึกการเขียน IELTS Writing Task 2 อย่างไรให้โดนใจกรรมการ
พิชิต IELTS 6.5+( IELTS Writing Task 2 : Part 1 )

* ก่อนเริ่มอ่านบทความเตรียมสอบ IELTS นี้ … ขอให้นักเรียนเริ่มจาก 11 บทความเปลี่ยนทัศนคติต่อภาษาอังกฤษ ที่ blog.englishmeup.com/grammar เนื่องจากโครงสร้างทางภาษาเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ในการต่อยอดด้วยเทคนิคเฉพาะการสอบ IELTS 

———————————————–

คำแนะนำก่อนเรียนจาก the Complete Blog for IELTS 6.5+

อาจารย์ตั้งใจทำ Blog นี้ ให้เป็นเสมือนหนังสือที่มีชีวิต 1 เล่ม ที่ผู้เตรียมสอบ IELTS สามารถใช้เป็น Guideline ในการเตรียมสอบ ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินเรียน หรือเป็นเครื่องพิสูจน์ก่อนเลือกที่เรียนด้วยสติ ไม่ใช่หลงไปตามการตลาดขายฝัน ประกอบด้วย

  1. 29 บทความ ที่จะวิเคราะห์ข้อสอบ IELTS อย่างถึงแก่น ทุก Part การสอบ ไปตามลำดับ พร้อมกลยุทธ์และเทคนิคแบบจัดเต็ม ประยุกต์ทำโจทย์ข้อสอบจริงได้ทุกประเภท 

  2. 15 วิดีโอ ความยาวกว่า 5 ชั่วโมง โดยวิดีโอเหล่านี้เป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆ ที่จะแทรกอยู่ในแต่ละบทความ เช่นเดียวกับเอกสารแจกฟรีต่างๆ เพื่อใช้ขยายความการบรรยายในบทความ หรือเป็นการพิสูจน์เทคนิคที่กล่าวไว้ โดยการนำมาประยุกต์กับโจทย์จริง ให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด

———————————————–

วิธีใช้ Blog ให้มีประสิทธิภาพ

เนื่องจากบทความมีความต่อเนื่อง จึงควรศึกษาตามลำดับ 1-29 หรือตามลำดับ Part ดังนี้

Writing >>> Reading >>> Listening >>> Speaking 

หมายเหตุ

1. เมื่อนักเรียน Log in เข้ามาที่ blog.englishmeup.com/ielts ไม่ว่าจะโดยกด Link หน้าเวปไซต์ หรือสื่อต่างๆ ระบบจะนำนักเรียนมาที่ Writing Part ซึ่งจะเห็นเพียง 10 บทความเท่านั้น .. ให้นักเรียนเลื่อนลงมา [Mobile] หรือ มองไปทางด้านขวา [Desktop Computer] จะเห็นหัวข้อ Category นักเรียนสามารถติ๊กเลือก Part ต่อๆ ไป ได้จากตรงนี้ครับ (พยายามอย่าเลือก IELTS หัวข้อใหญ่ เพราะลำดับของบทความอาจไม่เรียง)

2. หากรูปที่แทรกอยู่ขึ้นไม่เต็ม นักเรียนสามารถกดที่รูปเพื่อแสดงรูปเต็มได้นะครับ

———————————————–

เจาะลึกการเขียน IELTS Writing Task 2 อย่างไรให้โดนใจกรรมการ

พิชิต IELTS 6.5+

0009

 

เวลาที่ถามนักเรียกว่าในบรรดาข้อสอบ IELTS ทั้ง 4 ส่วน (ฟัง, พูด, อ่าน, เขียน) คิดว่าอะไรยากสุด ก็มักจะได้ยิน (แถมด้วยเสียงโอดครวญ) ว่า “พาร์ต Writing เลยค่ะ สอบกี่ครั้งๆ ก็ทำไม่ไหว ในเมื่อให้เวลามาแค่ 1 ชั่วโมงแล้วให้เขียนเรียงความถึงตั้ง 2 เรื่องใครจะไปทำทัน แถมสองเรื่องนั้นก็ได้ไม่เหมือนกันซะอีก อันแรกให้ภาพหรือกราฟ…อืม อะไรเนี่ย หรือว่าแท่ง หรือภาพอะไรก็ไม่รู้ตัวเลขเยอะแยะไปหมด ช่างมันเถอะค่ะหนูก็แยกไม่ออก แล้วก็ขอให้เขียนบรรยายภาพที่เห็น  อาจารย์ขา ใครจะเขียนไหว นี่ยังไม่พอนะคะให้หัวข้อมาเขียนอีกอัน คราวนี้มีแต่ปัญหาสังคมอะไรก็ไม่รู้ แล้วหนูจะเขียนอะไรดีเนี่ยแค่คิดว่าจะเขียนอะไรก็กินเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว สุดท้ายเลยเขียนตามสัญชาตญาณก็แล้วกัน และคะแนนก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้ ฮือ”

เสียงคร่ำครวญเหล่านี้ จะฟังกี่ครั้งๆ ก็ยังรู้สึก #ร้องไห้หนักมาก ร่วมไปกับนักเรียนค่ะ โดยส่วนตัวแล้วก็เชื่อว่าพาร์ตการเขียนเป็นปัญหาที่ทุกคนหนักใจที่สุด เพราะยากและไม่รู้จะเขียนอะไร เมื่อทำไม่ได้เลยฉุดคะแนน ปล่อยไปง่ายๆ ซะงั้น

แต่…ช้าก่อนค่ะ ในเมื่อทุกคน(หลง)เข้ามาในบล็อกนี้แล้ว ก็อย่าเพิ่งกดปุ่มริมขวาบนเพื่อปิดนะคะ รีบเข้ามาเก็บวิชากัน เพราะในวันนี้อาจารย์นุ้ยได้ถือมีดมาพร้อมเสียบคนออกข้อสอบ เอ้ย!มาชำแหละทั้งในส่วนของตัวข้อสอบเอง รวมถึงเปิดเผยเทคนิคเพื่อให้ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาอ่านบล็อกนี้ได้เตรียมพร้อมเพื่อลงสนามจริงด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมค่ะดังนั้นเรามีแต่ของดีจะมอบให้นะคะ อ่านต่อกันเถอะ

อันดับแรกสุดเลย มาลองดูตัวอย่างคำสั่งและรูปแบบข้อสอบกันค่ะ

          You should spend about 40 minutes on this task.

Write about the following topic:

Beside a lot of advantages, some people believe that the Internet creates many problems. To what extent do you agree or disagree with this statement?

Write at least 250 words.

จะเห็นได้ว่าจะให้เวลามาทั้งหมดประมาณ 40 นาทีในการเขียน และกำหนดจำนวนคำขั้นต่ำที่ 250 คำค่ะ  ทั้งนี้ เราควรเขียนทั้งหมด4-5 paragraphs ซึ่งเดี๋ยวมาดูรายละเอียดส่วนนี้กันในภายหลังนะคะแต่ตอนนี้เรามาดูประเภทของคำถามกันก่อนดีกว่าค่ะ

ประเภทของคำถาม IELTS Writing Task 2 แบบกว้างๆ 3 ประเภทพร้อมหลักการตอบที่จะเพิ่มคะแนน

  1. Agree or Disagree

เป็นการถามว่าเราเห็นด้วยมากหรือน้อยเพียงใดกับสถานการณ์ที่เขาให้มา เช่น

Beside a lot of advantages, some people believe that the Internet creates many problems.

นอกจากจะให้ประโยชน์แล้ว หลายคนก็เชื่อว่าอินเตอร์เน็ตมีข้อเสียมากมาย โดยคำที่จะบอกใบ้ว่าเป็นคำถามประเภทนี้ ก็คือคำว่า To what extent do you agree or disagree with this statement?ที่ลงท้ายคำถามนั่นเองค่ะ ซึ่งในการตอบเราจะตอบได้ทั้ง 3 แบบด้วยกัน

  1. strongly agree หมายความว่าเราตอบโดยการให้เหตุผลที่เห็นด้วย 2 เหตุผลเหตุผลละหนึ่งพารากราฟค่ะ
  2. strongly disagree ก็คือเราไม่เห็นด้วยกับคำถามที่เขาให้มาเลย การตอบก็จะเหมือนกับประเภทข้างบนคือตอบเหตุผลที่เราไม่เห็นด้วย เหตุผลละพารากราฟค่ะ
  3. partly agreeคือเห็นด้วยกึ่งไม่เห็นด้วยค่ะ โดยการตอบจะเขียนสนับสนุน 1 paragraph และเขียนไม่เห็นด้วยอีก 1 paragraph ค่ะ

      2.  Discuss Two Views

คำถามจะให้ความคิดเห็นที่แตกต่างกันต่อเหตุการณ์หรือสถานการณ์หนึ่งมาสองแง่มุม ยกตัวอย่างเช่น

Some people believe the aim of university education is to help graduates get better jobs. Others believe there are much wider benefits of university education for both individuals and society.

และให้เราอภิปรายทั้งสองแง่มุมนั้นๆ รวมถึงอาจต้องแสดงความคิดเห็นด้วยว่าเราคิดเห็นกับมุมมองทั้งสองมุมมองนี้อย่างไร แล้วอะไรดีกว่ากัน โดยที่คำถามจะลงท้ายแบบนี้ค่ะ Discuss both views and give your own opinion.

และก็จะมีโครงสร้างการตอบที่เฉพาะเจาะจงเป็นของตัวเองค่ะ ซึ่งถ้าเราตอบตามแพทเทิร์นที่นำมาให้ดูก็นอนรอรับคะแนนได้เลย

Body 1 – พูดถึงแง่มุมที่ 1 พร้อมการขยาย

Body 2 – พูดถึงแง่มุมที่ 2 พร้อมการขยาย

และแสดงความคิดเห็นในอีก 1 body ว่าคิดเห็นอย่างไรค่ะ ทั้งนี้จะรวบให้อยู่ในส่วนของ Conclusion ก็ได้เช่นกัน **ห้ามลืมส่วนนี้เป็นอันขาดนะคะ สำคัญมากๆ เพราะถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่เขาถาม และเราต้องบอกด้วยค่ะว่าคิดเห็นอย่างไร โดยการบอกความคิดเห็นของตน สามารถใช้คำพวกนี้ขึ้นต้นได้ เช่น

In my opinion,

Personally,

I personally believe that

For my part, it would be better that

เป็นต้น เพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้กรรมการรู้ว่าเรากำลังจะพูดถึงความเห็นของเราแล้วนั่นเองค่ะ

3. Cause and Solution

เช่นเดียวกับคำถามประเภทอื่นๆ ที่จะโยนสถานการณ์มาให้ค่ะ แต่ Cause and Solution จะถามหาสาเหตุของปัญหารวมถึงแนวทางแก้ไข ยกตัวอย่างเช่น

In some countries the average weight of people is increasing and their levels of health and fitness are decreasing.

และมักจะลงท้ายด้วยคำว่า What do you think are the causes of these problems and what measures could be taken to solve them?

หรือบางทีก็อาจจะไม่ใช่ประโยคนี้เป๊ะๆ เสมอไปค่ะ แต่อย่างน้อยจะต้องมีคำว่า causesหรือ solutionsออกมาให้เราเห็นแน่นอนค่ะ

ในส่วนของการตอบคำถามประเภทนี้ โครงสร้างการตอบก็ไม่มีอะไรมากค่ะ ให้ตอบสาเหตุ1 paragraph แล้วตามด้วยทางแก้ปัญหาอีก 1 paragraph เท่านั้นเองค่ะ เห็นมั้ยว่าไม่มีอะไรยากเลย แค่ตอบให้ตรงคำถามและลำดับถูกต้องเท่านั้น

และนี่ก็คือคำถามสามประเภทหลักๆ ค่ะ ซึ่งจริงๆ แล้วก็ยังมีย่อยอีก ส่วนใครที่ยังงงๆ ว่าแล้วจะรู้ได้ไงว่าคำถามไหนเป็นแบบไหน คลิกได้ที่ชีตด้านล่างเลยค่ะ อาจารย์ได้รวบรวมมาให้ทุกคนได้ลองดูคำถามทุกรูปแบบแล้วค่ะ (จะลองเขียนเลยก็ได้นะ 🙂 ) รวมถึงแพทเทิร์นในการตอบคำถามแต่ละประเภทด้วย ซึ่งจะมีประโยชน์มากๆ และไม่ทำให้เราเขียนตอบผิดแบบด้วย (แน่นอนว่ามีหลายประเภทก็ต้องมีการตอบหลายรูปแบบ แม้โครงสร้างใหญ่จะเหมือนกัน แต่ถ้าเราเขียนผิดแบบ ก็อาจทำให้คะแนนลดลงได้ค่ะ) รีบกดเซฟไว้ไปศึกษาก่อนได้เลย

IELTS Writing Task 2 – Sample Questions

IELTS Writing Task 2 – Pattern

ทั้งนี้ ในชั้นเรียนของเราจะมีการอธิบายโครงสร้างคำตอบสำหรับคำถามแต่ละประเภทโดยละเอียดค่ะ รับรองว่าเจาะลึกกันจนหลับตาก็สามารถเขียนออกมาเป็นเรื่องแบบสมบูรณ์ได้เลย แต่ใครที่ไม่ได้เป็นนักเรียนของเราก็ไม่ต้องน้อยใจไปนะคะ เพราะโพยโครงสร้างที่ปล่อยให้ดาวน์โหลดนี้ เป็นแบบที่สามารถศึกษาด้วยตนเองได้ และหากมีข้อสงสัยใดๆ สามารถโพสต์คำถามทิ้งไว้ได้เลย เดี๋ยวอาจารย์นุ้ยจะมาตอบทุกคำถามแน่นอน:)

 

สิ่งที่เขาอยากเห็นจากเรา : เกณฑ์การให้คะแนนที่ยากยิ่งกว่าประกวดนางงาม

นั่นสิคะ…แล้วกรรมการผู้ตรวจข้อสอบอยากเห็นอะไรจากเรา หลายคนอาจจะคิดว่าเขาถามอะไรมา เขาก็ต้องอยากเห็นคำตอบแบบนั้นถูกมั้ยคะ ดังนั้นถ้าเราตอบให้ตรงคำถามก็น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่ยากเลยแม้แต่นิดเดียว

แต่…อย่างที่รู้กันแล้วว่าข้อสอบ IELTS ไม่ใช่ข้อสอบธรรมดา ท่องไว้ว่ามันคือข้อสอบเทวดาค่ะ ดังนั้นถ้าเราแค่ตอบตรงคำถามมันยังไม่สาแก่ใจกรรมการ เพราะจริงๆแล้วสิ่งที่กรรมการอยากเห็นจากเราไม่ใช่แค่เรื่องของการตอบคำถามตรงไม่ตรงหรือไม่เท่านั้นแต่ยังเป็นทักษะเรื่องอื่นๆ อีกถึง 4 เรื่องหลักๆด้วยกันเลย งั้นมาดูกันเถอะค่ะว่าเขาวัดทักษะและความรู้อะไรจากการเขียนของเราบ้าง

Task Achievement

วัดว่าเราตอบตรงประเด็นมั้ย ตอบครบทุกคำถามหรือเปล่า อธิบายและขยายคำถามได้อย่างตรงประเด็น เห็นชัดเป็นรูปธรรม ไม่ออกทะเล

Coherence and Cohesion

วัดการเชื่อมโยงกันของคำตอบ Essay ค่ะ ว่าที่เขียนมามี Unity หรือความเป็นหนึ่งเดียวหรือไม่ อ่านแล้วลื่นหรือไม่ และมีการใช้คำเชื่อม (Connectors) และคำหรือวลีในการเปลี่ยนเนื้อความ/เปลี่ยนย่อหน้า (Transition Signals) ได้อย่างเหมาะสมหรือไม่

Lexical Resource

ก็คือเรื่องของคำศัพท์นั่นเอง กรรมการจะวัดความรู้ทางด้านคำศัพท์เช่นกัน ดังนั้น เราควรใช้คำศัพท์ให้หลากหลายค่ะ เช่น อยากพูดถึงนักการศึกษา และถ้าใช้คำว่า Academics ไปแล้ว ก็อาจเปลี่ยนเป็น Educationalistsในการพูดถึงครั้งต่อมาค่ะ การหลากคำจะทำให้ Essay ของเราอ่านได้สละสลวยขึ้นค่ะ

Grammatical Range & Accuracy

ก็คือการวัดความรู้ทางการใช้ไวยากรณ์ของเราผ่าน Essay นั่นเอง ไวยากรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเขียนก็ประกอบไปด้วยเรื่องพื้นฐานอย่าง Tense, Subject-Verb Agreement และ Active/Passive Voice เป็นต้น นอกจากนี้แล้วอาจจะดูไปถึงรูปแบบประโยคที่ใช้ด้วยว่าใช้แต่ Simple Sentence แบบ S+V แล้วก็ S+V เป็นประโยคสั้นๆ กุดๆ แบบนี้ซ้ำไปมาทั้ง Essay หรือไม่ ซึ่งการที่เราเขียนแกรมม่าร์เรื่องพื้นฐานได้อย่างถูกต้อง หมายความว่าเรามีความรู้พื้นฐานที่แน่นเพียงพอ และไม่ผิดพลาดในเรื่องง่ายๆ ค่ะ

ทั้งนี้ ในแต่ละช่วงคะแนนก็จะมีการระบุอย่างชัดเจนว่าหากอยากได้คะแนนเท่านี้ต้องบรรลุวัตถุประสงค์ใดบ้าง ซึ่งทางหน่วยงานที่รับผิดชอบการสอบ IELTS เองก็ได้ทำ Band Descriptors หรือใบระบุวัตถุประสงค์ที่ต้องบรรลุในแต่ละช่วงคะแนนมาด้วย นักเรียนสามารถดาวน์โหลดมาเพื่อเป็นเป้าหมายที่เราต้องพิชิตได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างเลยค่ะ มีประโยชน์มากๆ

Band Descriptor

ดาวน์โหลดกันเรียบร้อยแล้ว มาลองนั่งอ่านเสร็จปุ๊บ ทุกคนอาจจะเริ่มร้องเพลงเจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันใย ฉันทำอะไรให้เธอเคืองขุ่นใส่กรรมการโทษฐานที่โหดเหลือเกิน (เพลงก็ดักแก่มากกก 555แน่ะ เห็นนะว่าแอบร้องตาม เกิดทันล่ะสิ) ดังนั้น ถ้ารู้ว่าเขาอยากวัดเราถึงขนาดนี้ เราก็รีบเตรียมตัวกันดีกว่าค่ะ เรื่องแรกสุดที่ต้องรีบรู้กันโดยด่วนก็คือเรื่องของโครงสร้างค่ะ ตามมาดูกันเลย

 

————————————————————————————————————

the Complete E-Book for IELTS 6.5+

     O 29 บทความ

     O 16 Video Clips สนับสนุนบทความ ความยาว 5 ชั่วโมง

     O เอกสารแจกฟรีมากมาย

เทคนิคใน Clip ประกอบ 29 บทความนี้ เป็นเพียง Preview (ประมาณ 10%) สำหรับ คอร์สรับรองผล IELTS Full Package 6.5+ เท่านั้น 

————————————————————————————————————

>> เลือกติว IELTS กับ สถาบันเฉพาะ ที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี โดยอาจารย์ปริญญาโท – เอก จากจุฬาและ Top U จากต่างประเทศ มีผลงานความสำเร็จจับต้องได้ และได้รับความเชื่อถือจากองค์กรชั้นนำ มากที่สุดในประเทศไทยเท่านั้น “ต้องวัดผลได้จริง ไม่ใช่แค่บอกให้เรียนซ้ำ” www.englishmeup.com/testimonial.php

>> การศึกษาไม่ใช่สินค้า อย่าฝากอนาคตไว้ที่คำโฆษณา ศึกษารูปแบบคอร์สทุกประเภท องค์ประกอบการรับรองผล ราคา และโปรโมชั่น ท้้งคอร์สในสถาบันและคอร์สออนไลน์ พร้อมทดลองเรียนและใช้งาน Online Platform ที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมจาก SIPA ฟรี ได้ที่ www.englishmeup.com/ielts/schedule/

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *