Article 28 : พูดยังไงก็ไม่ถึง 2 นาที…ทำไงดีเอ่ย? IELTS Speaking Tactics( IELTS Speaking 5 )

ก่อนเริ่มอ่านบทความเตรียมสอบ IELTS ซึ่งรวมบทวิเคราะห์ข้อสอบ และกลยุทธ์ทำคะแนนในแต่ละ Part การสอบ … ขอให้นักเรียนเริ่มจาก 11 บทความเปลี่ยนทัศนคติต่อภาษาอังกฤษ ที่ blog.englishmeup.com/grammar เนื่องจากโครงสร้างทางภาษาเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ในการต่อยอดด้วยเทคนิคเฉพาะการสอบ 

 

The Complete Blog for IELTS 6.5+ ประกอบด้วย 

      O 29 Articles

      O VDO สนับสนุนบทความกว่า 3 ชั่วโมง

      O เอกสารดาวน์โหลดฟรีมากมาย

โดยแบ่งเป็น        >> Writing 10 Articles 

                             Reading 8 Articles

                             Listening 5 Articles

                             Speaking 6 Articles

วิธีใช้ Blog ให้มีประสิทธิภาพ

เนื่องจากบทความมีความต่อเนื่อง จึงควรศึกษาตามลำดับ 1-29 หรือตามลำดับ Part ดังนี้

Writing >>> Reading >>> Listening >>> Speaking 

หมายเหตุ

เมื่อนักเรียน Log in เข้ามาที่ blog.englishmeup.com/ielts ไม่ว่าจะโดยกด Link หน้าเวปไซต์ หรือสื่อต่างๆ ระบบจะนำนักเรียนมาที่ Writing Part ซึ่งจะเห็นเพียง 10 บทความเท่านั้น .. ให้นักเรียนเลื่อนลงมา [Mobile] หรือ มองไปทางด้านขวา [Desktop Computer] จะเห็นหัวข้อ Category นักเรียนสามารถติ๊กเลือก Part ต่อๆ ไป ได้จากตรงนี้ครับ (พยายามอย่าเลือก IELTS หัวข้อใหญ่ เพราะลำดับของบทความอาจไม่เรียง)

 

พูดยังไงก็ไม่ถึง 2 นาที…ทำไงดีเอ่ย

thinking-please-be-patient-thecuriousbrain.com_

แน่นอนว่าแค่พูดให้ได้สามสิบวิก็ยากและ แต่นี่ตั้งสองนาที แน่นอนว่ามีช่วงที่หัวตัน คิดไม่ออก ดังนั้นเราจึงมีตัวช่วยด้วยประโยคเอาตัวรอด

ประโยคเอาตัวรอด คือประโยคถ่วงเวลา ในระหว่างที่คิดไม่ออก อย่านั่งนิ่งกลอกตาไปมา อ้ำอึ้ง ให้รีบพูดคำพวกนี้ให้ติดปาก เหมือนเซ็ตเป็นโปรแกรม และก็รีบคิดคำตอบในตอนที่พูดคำพวกนี้ยกตัวอย่างเช่น

– let me see/let me think….

– that’s a good question… (for unusual questions)

– to be honest….

– it’s difficult to say….

– that’s a tricky one…

ส่วนต่อมาคือการพูดขยายคำตอบของตน การขยายเนี่ยไม่ว่าจะเป็นการเขียนหรือการพูดก็สำคัญทั้งนั้น (ที่มันไม่สำคัญเนี่ยก็คือใน part การอ่านค่ะ ที่ส่วนขยายมาจะเอามาเป็นคำหลอก) ยกตัวอย่างเช่น

Describe an interesting job you would like to have. You should say :

ถ้าสมมติว่าหนูตอบไปทันทีว่าอยากเป็นหมอ (Doctor.) แล้วฟุลสต็อปจบแบบนี้โดยไม่มีอะไรขยายความต่อ ให้รู้ไว้ทันทีว่าแบบนี้ชีวิตเราจบตามแน่นอนค่ะ ให้มีสตอรี่หรือการอธิบายคำตอบของเราเพิ่มเติมด้วย  ยกตัวอย่างเช่นถ้าหนูบอกว่าอยากเป็นหมอ ต้องบอกด้วยว่าแล้วใครมั่งที่เป็นหมอได้ (เช่นนักเรียนแพทย์) จะเป็นหมอต้องทำอะไร (มีใบประกอบ(medical license)  ต้องเรียนถึงอายุ 30 กว่าๆอีกและอธิบายด้วยว่าทำไมเราถึงอยากเป็นอาชีพนั้น (หนูอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์, หนูชอบชีวะ, หนูเรียนเก่ง อะไรก็ว่าไป) ดังตัวอย่างด้านล่างนี้เลย

  • What the job is
  • Who normally does this job
  • What skills are needed for the job
  • Explain why you would like this job

โดยส่วนใหญ่แล้ว แนะนำให้เลือกตอบอะไรที่ใกล้ตัว เพราะจะได้พูดได้ สมมติอยากเป็นนักบินอวกาศ แต่ตายแล้ว…ไม่รู้คำศัพท์ด้าน space แบบนี้ แบบนี้จะทำให้แถยากขึ้น เลือกอะไรที่เรามี background knowledge ดีกว่า อยากเช่นที่บ้านทำร้านอาหาร แล้วเรารู้ศัพท์เกี่ยวกับการครัวแบบนี้ ก็อาจจะเลือกตอบแทนการเป็นนักบินอวกาศก็ได้ค่ะ

อีกสิ่งที่ควรระวัง ระลึกไว้เสมอว่าต้องตอบให้ครบทุกประเด็นนะคะ เพราะถ้าตอบไม่ครบทุกประเด็นคะแนนก็กระเด็นหายไปเหมือนกัน

————————————————————————————————————

>> เลือกติว IELTS กับ สถาบันเฉพาะ ที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี โดยอาจารย์จุฬา และ Top U. จากต่างประเทศ มีผลงานความสำเร็จจับต้องได้ และได้รับความเชื่อถือจากองค์กรชั้นนำ มากที่สุดในประเทศไทยเท่านั้น www.englishmeup.com/testimonial.php…

>> การศึกษาไม่ใช่สินค้า อย่าฝากอนาคตไว้ที่คำโฆษณา ศึกษารูปแบบคอร์สทุกประเภท องค์ประกอบการรับรองผล ราคา และโปรโมชั่น ท้้งคอร์สในสถาบันและคอร์สออนไลน์ ได้ที่ www.englishmeup.com/ielts/schedule/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *