3 อาวุธพิชิต IELTS Reading : พื้นฐานดี เทคนิคแน่น คะแนน 6.5 กลัวอะไร? [Part 1]( IELTS Reading 3 )

3 อาวุธพิชิต IELTS Reading [Part 1]

privatelesson3

Grammar

จะอ่านทั้งที เราก็ต้องมีอาวุธไปสู้นะคะ โดยที่อาวุธซึ่งนักเรียนควรมีเพื่อการสอบ Reading  ของ IELTS มีทั้งหมด 3 ประการด้วยกันค่ะ

อันดับแรกสุดคือความรู้ทางด้านไวยากรณ์ค่ะ มาถึงจุดนี้อาจจะ เอ๊ะ นี่ฉันสอบการอ่าน ไม่ได้สอบเขียนสักหน่อย ทำไมไวยากรณ์จึงจำเป็น จริงๆแล้วมันจำเป็นอยู่นะคะ เนื่องจากว่าบทความที่เราอ่านนั้นไม่ต่างจากอะไรจากเรียงความที่มีคนเขียนให้อ่าน และหลายครั้งที่เขาได้ใช้หลักทางไวยากรณ์นี่แหละมาหลอกเราค่ะ

สิ่งที่ควรรู้เป็นหลักๆเลยคือ 1 ประโยคมีกริยาได้ 1 ตัว ถ้ามีมากกว่า 1 ตัวต้องมี connectors จะถือได้ว่า subject และ verb เป็นเนื้อความหลักของประโยคนั่นเอง และส่วนที่เขาเอามาหลอกเราก็คือส่วนขยาย  ทั้งนี้ หลักการดูส่วนขยายก็มีอยู่หลายแบบด้วยกันค่ะ ยกตัวอย่างเช่น  ,…, หรือการใช้ who, which, whom, whose เป็นต้น เวลาที่เจอแบบนี้นะคะอาจารย์นุ้ยมักแนะนำให้อ่านผ่านๆ ก็พอ อย่าไปสนใจมากนักเพราะว่าโดยส่วนใหญ่แล้วการวางขยาย ก็เพื่อหลอกให้คนใช้เวลาอ่านนานขึ้นนั่นเอง และในส่วนขยายก็มักจะมีคำศัพท์ยากๆ ที่แปลไม่ออกซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับสิ่งที่เราอ่านเลย ยกตัวอย่างเช่น

As one writer observes: ‘Although it is now evident that artefacts are as easily altered as chronicles, public faith in their veracity endures: a tangible relic seems ipso facto real!

แหม…ไม่ธรรมดาเลยนะคะ ใส่คำละติน ipso facto มาด้วย ถ้าสมมติว่าเจอแบบนี้ปุ๊บนะคะ แนะนำให้มองข้ามไปเลย สิ่งที่เราควรโฟกัสก็คือคำว่า real ที่อยู่ข้างหลังนั่นเอง ส่วนอิปโซแฟคโต้มาดามทุสโซเจลาโต้อะไรนั่นก็ช่างมันเถอะค่ะ ปล่อยให้มันอยู่ตรงนั้นของมันไป

แต่ทีนี้นะ ถ้าเราสังเกตข้อนี้นิดหนึ่ง จะเห็นได้ว่าตำแหน่งที่มีคำละตินนี้เป็นตำแหน่งหน้า adj. ดังนั้นค่าของมันจึงเท่ากับ adv. นั่นเองและตามนิสัยของผู้ออกข้อสอบแล้ว Adv. ที่ออกมาเป็นข้อสอบเช่นนี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีความสำคัญอะไรนักนอกจากหลอกผู้อ่านค่ะ แต่ถ้าใครอยากรู้จริงๆ จะบอกให้ก็ได้ว่ามันแปลว่า “โดยนัย” ค่ะ เห็นไหม แม้แต่ความหมายของมันจริงๆ ก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับรูปประโยคเลยทั้งสิ้น จึงสามารถมองเมินเหมือนเวลาเห็นหน้าแฟนเก่าได้ทันที

และนอกเหนือจากเรื่องโครงสร้างแล้ว สิ่งที่อยากให้โฟกัสอีกเรื่องก็คือเรื่องของ Noun หลักโดยที่ Noun หลักจะอยู่ได้ 2 ตำแหน่งด้วยกัน หนึ่งคือนำหน้า preposition และสองคือหลังสุด หลังสุดในที่นี้หมายความว่าไม่ว่าคำๆ นั้นจะเป็นคำนามประสมหรือคำนามที่มี Adj นำหน้าก็ตามยกตัวอย่างเช่น

The content and format of explanations dated back to a time when the museum was the exclusive domain of the scientific researcher.

คำถามค่ะคำว่าอะไรเป็น N หลักกันแน่ระหว่าง

The content and format หรือ explanations

เราก็สามารถตอบได้โดยไม่ต้องคิดว่าก็คือ 2 ตัวแรก ซึ่งการรู้โครงสร้างเช่นนี้จะทำให้เราตอบได้ถูกต้องมากขึ้นและสามารถตอบคำถามแบบที่เติมคำในช่องว่างได้ไม่หยิบเอาตัวขยายมาเป็นคำตอบแทนที่จะตอบแทนคำนามหลักนั่นเองค่ะ

ทีนี้เราก็มีคลิปดีๆ จากอาจารย์โจเพื่อให้นักเรียนทุกคนได้ลองฝึกการอ่านตาม และสามารถแยกโครงสร้างได้เข้าใจว่าอะไรคือส่วนขยายเพื่อที่จะไม่เสียเวลา รับรองดูจบปุ๊บทำข้อสอบการอ่านได้แบบชิวๆ แน่นอนค่ะ

และไวยากรณ์สุดท้ายที่อยากฝากไว้ให้ดูด้วยก็คือ Active / Passive Voice นั่นเองค่ะ เนื่องจากเราต้องจำแนกให้ได้ว่าใครเป็นคนกระทำและใครเป็นคนถูกกระทำ อันนี้สำคัญมากนะจ๊ะ เพราะบางทีเนี่ยในข้อสอบแบบมีตัวเลือกก็เอาActive/Passive Voice มาสลับหลอกอยู่ใน choice ค่ะ โครงสร้างของ passive ก็ไม่มีอะไรมาก ดูให้ดีว่า V.to be นำหน้า V.3 หรือเป็น V.3 อยู่ในตำแหน่ง Adj. หรือเปล่าแค่นั้นเองค่ะ

 

Skills ที่จำเป็นสำหรับการอ่าน

แม้ว่าการอ่านจะเป็นเรื่องของประสบการณ์แบบที่ถ้าใครอ่านเยอะก็ได้เปรียบ แต่จริงๆแล้วการอ่านนั้นก็อาศัยการใช้ทักษะเหมือนกัน ซึ่งทักษะที่ได้นี้จะได้มาจากการอ่านมากๆ ลองทำแบบฝึกหัดมากๆ แต่ถ้าเราหัดทำอย่างเดียวโดยไม่ได้ใช้เทคนิคอะไรเข้ามาช่วยในการอ่าน อ่านไปแบบนั้น แบบนี้คะแนนเราก็อาจไม่พัฒนาค่ะ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องรับรู้ทักษะการอ่าน งั้นเรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่าทักษะใดที่จำเป็นสำหรับการอ่านบ้าง

เราจะเรียกมันว่า 2S ค่ะ คือ

  1. Skim คือการอ่านเพื่อจับใจความค่ะ โดยการอ่านแบบนี้เราจะอ่าน S และ V หลักของประโยคค่ะ อ่านเพื่อให้เข้าใจเนื้อหาว่าเป็นอย่างไร เพื่อที่จะสามารถตอบคำถามประเภท Main Idea และ Purpose ซึ่งเป็นคำถามกว้างๆ ที่ต้องการความเข้าใจได้ค่ะ
  2. Scan คือการหาข้อมูลเฉพาะ คือการอ่านแบบเล่นซ่อนหา ปราดตามองหา keywords สำคัญที่อยู่ในคำถามนั่นเองยกตัวอย่างเช่นชื่อเฉพาะ ปี เดือน วัน เมือง ชื่อสถานที่ เป็นต้นค่ะ ซึ่งในการทำแบบสแกนนี้จะเหมาะสำหรับข้อสอบประเภทถามหารายละเอียด

 

อาจารย์นุ้ย

ENG ME UP English Gym

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *